ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่ต้องทำให้ต้องเขียน Blog นี้เอาไว้เป็น Case Study นั้นคือการเข้าใจในเรื่อง Pros & Cons ของการทำ Digital Media Markting
Pros & Cons นั้นคืออะไร
Pros & Cons นั้นย่อมาจากภาษาละตินที่ในคำว่า Pro et Contra ซึ่งหมายถึงข้อดีและข้อเสีย หรือจุดได้และจุดเสีย
ในทางการตลาดนั้นหลาย ๆ ครั้งคุณต้องชั่งใจในจุดได้และจุดเสียในการทำกลยุทธ์ทางการตลาดว่ามันคุ้มกันหรือไม่ เมื่อชั่งสิ่งที่ได้กับสิ่งที่จะเสียไปนั้นคุ้มหรือไม่ ถ้าไม่คุ้มก็ไม่ควรจะลงกลยุทธ์นั้น ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นกระแสแบบ Hype หรือ Trend ก็ควรต้องพิจารณาดูก่อนว่าควรจะลงมือปฏิบัติเพื่อช่วงชิงกระแสนั้นไว้หรือตามกระแสนั้นไว้หรือไม่
เพราะบางกระแสที่เกิดขึ้นในออนไลน์นั้น เกิดขึ้นจากการละเมิดความเป็นส่วนตัว สิทธิส่วนบุคคลและกลายเป็นกระแสให้คนพูดติดปากไป หรือการส่งต่อเรื่องราวที่ไม่มีมูล หรือข้อมูลที่เป็นเท็จ โดยไม่มีการตรวจสอบหรือไตร่ตรองว่าถูกต้องหรือไม่ที่จะแชร์ไว้ก่อน เช่นพระบรมราโชวาทปลอมที่นำเอาคำพูดจากพ่อสอนลูกมาบอกว่าเป็นพระบรมราโชวาท การล่าแม่มด การแฉคนนั้นคนนี้โดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูล และล่าสุดที่เกิดขึ้นกับกระแสคำพูดที่ว่า “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่”
กระแสเรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่นั้นเกิดขึ้นเป็นกระแสอย่างรวดเร็ว แม้ว่า Source นั้นจะเกิดขึ้นนานมาแล้ว แต่กระแสนั้นเกิดขึ้นชั่วข้ามคืนจากการที่มีคนส่งจ่อภาพนายกรัฐมนตรีขณะถือมือถือในงานพระราชพิธี และมีคนใส่คำบรรยายรูปว่าเติมท้ายว่า “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” ทำให้กระแสนั้นโตอย่างเต็มที่และทำให้คำนี้กลายเป็นวลีที่ฮิตชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว
แม้ว่า Source ที่ทำคลิปออกมานั้นเป็นเด็กที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ และเรื่องนั้นก็จบไปนานแล้ว แต่กระแสนั้นก็ยังคงอยู่ในการเอาวลีนี้พร้อมชื่อมาพูดในเชิงฟ้อง ล้อเลียน หรือในเชิงตลก ซึ่งในวันที่กระแสโตเต็มที่เองก็มีแบรนด์บางแบรนด์ทำแคมเปญในทันที
การทำแคมเปญหรือการใช้วลีดังกล่าวเช่นนี้ต้องระวังในเรื่อง Pros & Cons เพราะจริง ๆ แล้วตัวชื่อผู้ที่ระบุในวลีนั้น ไม่ใช่บุคคลสาธารณะที่จะเอาชื่อมาเปิดเผย หรือล้อเลียนหรือทำการตลาดได้ เหมือนบุคคลสาธารณะที่สามารถพูดถึงชื่อ ล้อเลียนหรือบอกต่อกันต่อไปในเชิงสาธารณะ ซึ่งในความจริงแล้วในต่างประเทศเอง เคสแบบนี้บุคคลที่ถูกเอ่ยชื่อนั้นสามารถฟ้องร้องทุก ๆ คนที่เอ่ยถึงวลีดังกล่าวได้ในข้อหาละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้เช่นกัน และมันคงจะไม่เป็นการดีต่อผู้ใหญ่ที่เอาวลีนี้มาเล่นเอง เพราะวุฒิภาวะของผู้ใหญ่นั้นสูงมากกว่าเด็กในคลิปมา ย่อมต้องรู้ผิด รู้ถูกว่าอะไรควรไม่ควร เพราะบางคนนั้นก็ไม่อยากให้ชื่อตัวเองเป็นกระแสแบบนี้ ลองนึกสภาพว่าถ้าเปลี่ยนเป็นชื่อคุณ หรือชื่อที่คนที่คุณรัก แล้วทุกคนพูดถึงวลีนี้ที่เอ่ยชื่อคุณหรือคนของคุณจะรู้สึกเช่นไร มันคงขำไม่ออกใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นลองพิจารณาดู Pros & Cons ในความเหมาะสมในการเล่นตามกระแสเช่นนี้
ในวันต่อมาในวันที่เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 8.9 ริคเตอร์ บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ทำให้ประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีการเตือนถึงคลื่นซึนามิและการเตือนเรื่องแผ่นดินไหว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในอดีตในที่นี้เราจะไม่พูดถึงประเด็นว่าสื่อหลักนั้นพลาดอะไรบ้าง แต่เมื่อมาดูโลกออนไลน์นั้นการใช้สติในการทำแบรนด์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ การคิดถึงเรื่อง Pros & Cons ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ย่อมมีสูง โดยทั่วไปทุกแบรนด์ย่อมส่งข้อความในเชิงกระจายข่าวเพื่อช่วยเหลือบรรดาคนที่ติดตามแบรนด์ แต่มีแบรนด์นึงที่สร้างแบรนด์ไม่รู้จักเวลาว่่ามันเป็นเวลาสมควรหรือไม่สมควรที่จะมาขายของในช่วงเวลาที่ทุกคนนั้นตื่นตระหนกตกใจ
การที่จะส่งข้อความแบบนี้ต้องคิดให้ดีว่าจะคุ้มได้คุ้มเสีย ซึ่งในสถานะการณ์วิกฤตที่ทุกคนนั้นเดือดร้อนและไม่มีกระจิตกระใจจะมาเล่นนั้น เรื่องแบบนี้กลายเป็นเรื่องเสียเลยทันที เพราะการไม่คิดถึง Pros & Cons ให้รอบคอบ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าเปลี่ยนเป็นสถานะการณ์ละครที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองตอนจบแล้วชวนคนหนีกลับบ้านแนะนำให้ซื้อผลิตภัณฑ์ทานหน้าทีวี ก็คงจะเวิร์คกว่านี้แน่นอน และไม่มีใครถูกด่าอีกด้วย ผลของ Pros & Cons ครั้งนี้ของแบรนด์นี้ ทำให้ต่างชาติรับรู้กันไปเลย
สุดท้ายเหตุเกิดจากวันที่แผ่นดินไหวเช่นกัน จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่นั้นมีความหวังดีที่อยากจะส่งต่อเรื่องราวแผ่นดินไหวและเรื่องการเตือนซึนามิ แต่หลายความหวังดีนั้นกลับการเป็นการประสงค์ร้ายด้วยการแชร์ภาพข่าวหรือคลิปที่เป็นเรื่องในอดีต ซึ่งสิ่งนี้กลับสร้างความตื่นตระหนกแทนที่จะเป็นการเตือนกัน ซึ่งในตาม พรบ. คอมพิวเตอร์นั้น สามารถเอาผิดทางกฏหมายได้อีกด้วย นอกจากเรื่องนี้แล้วยังสามารถเอามาประยุกต์กับเรื่องสำคัญได้เช่นการแชร์รูปพระบรมฉายาลักษณ์ หรือพระบรมราโชวาท ซึ่งบางครั้งเป็นการแชร์รูปพระบรมฉายาลักษณ์เก่าและบอกว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน หรือการสร้างพระบรมราโชวาทปลอมแล้วบอกว่าเป็นพระบรมราโชวาท เช่นเรื่อง 36 แผนที่ชีวิตของพ่อ จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นเรื่องราวของในหลวงหรือเป็นพระบรมราโชวาท แต่เป็นเรื่องราวที่แปลมาจากหนังสือ พ่อสอนลูก ซึ่งเรื่องนี้มีการแชร์อย่างกว้างขวางจนทางสำนักพระราชวังต้องออกจดหมายเพื่อประกาศว่า 36 แผนที่ชีวิตของพ่อนั้นไม่เกี่ยวกับในหลวงหรือพระบรมราโชวาทใด ๆ
ซึ่งการหวังดีโดยไม่คำนึงถึงเรื่อง Pros & Cons เช่นนี้อาจนำมาซึ่งเรื่องราวบานปลายหลาย ๆ อย่างที่ทำให้คนที่เรารักและเทิดทูลนั้นกลับต้องมาเสียพระเกียรติ เพราะคนหวังดีทำพระบรมราโชวาทปลอมแล้วแชร์กันในโลกออนไลน์ แล้วคนต่างชาติมาจับได้ว่าสิ่งที่แชร์นั้นเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของคนต่างชาติ เรื่องราวแค่นี้คงนึกภาพต่อเอาเองได้ว่าจะเป็นเช่นไร ซึ่งเรื่องนี้แบรนด์และนักการตลาดหลายคนควรระวังในการตรวจสอบข้อมูล และข้อดีและข้อเสียว่าควรจะแชร์ต่อไปดีหรือไม่
เรื่อง Pros & Cons นั้นเป็นเรื่องสำคัญมาในการวางกลยุทธ์ทางการตลาด เพราะจะทำให้คุณนั้นดำเนินกลยุทธ์ได้อย่างถูกต้อง เสียเวลาสักนิดในการไตร่ตรองถึงเหตุผล ข้อดีและข้อเสีย ก่อนเอาความสนุก ความมันส์และผลประโยชน์ของแบรนด์หรือตัวเองเป็นที่ตั้ง จะทำให้คุณนั้นสามารถสร้างแบรนด์ที่กลายเป็นแบรนด์ที่คนเชื่อถือ และคนติดตามนั้นรักได้จากปฏิสัมพันธ์ที่ก่อนจะลงมือทำได้คำนวนถึง Pros & Cons ไว้แล้ว





