ถอยออกจากบริเวณที่คุณอยู่สบายและมาเรียนรู้ในเรื่องความล้มเหลวที่ผ่านมากัน

ที่มา – Joshua Foer

สงครามระหว่างตรรกะ และ ครีเอทีฟ

Each indecision brings its own delays and days are lost lamenting over lost days… What you can do or think you can do, begin it. For boldness hasmagic, power, and genius in it.— Johann Wolfgang von Goethe

ทุก ๆ การไม่ตัดสินใจนำไปสู่ความล่าช้าวันต่อวัน ทำให้จมอยู่กับความทุกข์กับวันที่เสียไป สิ่งที่คุณจะทำได้หรือคิดจะทำ คือการเริ่มต้นมัน ด้วยความกล้าหาญ ความมุ่งมั่นและความฉลาดต่อการตัดสินใจ — Johann Wolfgang von Goethe

เมื่อคุณต้องตัดสินใจ ที่ต้องขึ้นอยู่กับตรรกะอย่างเดียว คุณกำลังเล่นในบทที่ปลอดภัยแก่ตัวคุณเอง และสร้างกรอบที่เป็นขีดจำกัดให้คุณนั้นรู้สึกว่าเข้าถึงเป้าหมาย ซึ่งนี้แตกต่างจากคนที่เสี่ยง ที่ยิ่งเสี่ยงมาก ยิ่งได้มาก ถ้าเสียก็เสียมาก นี้คือหนทางที่เป็น หลาย ๆ คนคงเป็นเช่นนี้และเล่นบทที่ปลอดภัยแก่ตัวเองมากเกินไป ซึ่งจริง ๆ แล้วเราสามารถตักตวงจากความเสี่ยงและสร้างความสมดุลในเวลาที่เหมาะสมอย่างที่พวกเราพยายามทุกวัน ดังเช่นที่ไอน์สไตน์บอกไว้ว่า

“Logic will get you from point A to B. Imagination will take you everywhere. ตรรกะจะนำคุณจากจุด A ไปจุด B แต่จินตนาการจะนำคุณไปทุกที่”

ด้วยการใช้การตัดสินใจแบบครีเอทีฟ คุณจะต้องยอมรับความเสี่ยงสูง ซึ่งจะนำมาผลตอบแทนที่สูงและการสูญเสียที่มากตาม ถ้าคุณตัดสินใจที่จะบาลานซ์ขั้นตอนการตัดสินใจคุณจะได้รับผลตอบแทนที่มากยิ่งขึ้นในระหว่างนั้น

แล้วคุณจะจัดการสมดุลระหว่างตรรกะและครีเอทีฟนี้ยังไงดี ในคำตอบแห่งความจริงแล้วคุณจัดการมันไม่ได้ ทั้งครีเอทีฟและตรรกะนั้นมีประโยชน์ทั้งคู่ ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลการตัดสินใจที่ดีที่สุดจงใช้การตัดสินใจที่อิงอยู่บนตรรกะและครีเอทีฟทั้งคู่ และนี่คือวิธีการ

การตัดสินใจที่ดีนั้นเกี่ยวข้องกับการได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือไม่

ลองดูข้อมูลที่คุณได้มาด้วยมุมมองแบบตรรกะและครีเอทีฟว่าจะเป็นไปอย่างไร และสร้างส่วนผสมที่ลงตัวของมันลงมาเป็น Mind Map ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณเห็นภาพใหญ่ของทุกมุมมองที่เป็นไปได้ เมื่อนำมารวมกันจะทำให้คุณเห็นรายละเอียดที่จะป้องกันคุณจากการสรุปที่ผิดได้จากข้อมูลที่คุณมี

  1. Logical Thinking: For creative thinker  :  หมายถึง การตัดสินใจในสิ่งที่ต้องทำหรือการเชื่อในสิ่งที่ต้องโฟกัสในการคิดวิเคราะห์และการคิดใช้เหตุผล การตัดสินใจเช่นนี้ต้องใช้การผสมของข้อมูล ประสบการณ์ การสังเกตและเหตุผล รวมถึงการจัดระบบฐานข้อมูลเพื่อให้ลงตัว ถ้าคุณเป็นคนครีเอทีฟ
  2. Creative Decision-Making: For logical thinkers : ในทางเดียวกันคุณต้องมองสิ่งต่าง ๆ จากมุมมองอื่น ๆ นี้จะเป็นการทลายขอบเขตและทำให้คุณเห็นหนทางแห่งความเป็นไปได้ใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งนี้จะช่วยคุณมองสถานการณ์ต่าง ๆ ในมุมมองที่ตรงข้ามกับที่คุณเคยมอง ถ้าคุณเป็นนักคิดแบบตรรกะ คุณจะมองเห็นข้อมูลทุกอย่างที่สำคัญออกมาเป็นแต่ค่าตัวเลข  ซึ่งนี้เป็นค่าตัวเลขที่คุณใช้ตัดสินใจประจำ แต่ยังมีอย่างอื่นที่สำคัญมากกว่าตัวเลข คุณควรจะมองข้อมูลจากอารมณ์ สัญชาตญาณของคุณหรือใช้กึ๋นในการตัดสินใจ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ตรรกะแต่เป็นข้อสรุปส่วนตัวจาก ความคิดเห็น จินตนาการ ครีเอทีฟ สัญชาตญาณ การยอมรับความเสี่ยง ประสบการณ์ที่เคยมีและกึ๋น การใช้กึ๋นนั้นมีความสำคัญเพราะในบางครั้งการตัดสินใจของคุณนั้นมักจะมาด้วยองค์ประกอบของข้อมูลที่ไม่ครบ และคุณต้องตัดสินใจแล้วโดยรอไม่ได้ กึ๋นของคุณจะมาช่วยเติมเต็มในส่วนตรงนี้ได้
  3. Mind Mapping: Putting the puzzle together. : มาคราวนี้คุณต้องเอาทั้ง 2 อย่างจาก 2 ข้อด้านบนมารวมกัน และมองภาพให้ใหญ่จากทุกมุมมอง แล้วคุณจะเห็นทุก ๆ รายละเอียด ด้วยวิธีนี้คุณจะไม่พลาดรายละเอียดใด ๆ หรือทำให้การตัดสินใจผิดพลาด การทำ mind map นั้นเหมือนการทำ Flow chart และเป็นการนำเสนอความคิดจากทุก ๆ มุมมอง ต่าง  ๆ กัน สมองตรรกะ (สมองซีกซ้าย) และ สมองครีเอทีฟ (สมองซีกขวา) สามารถทำงานประสานกันแล้วทำงานสอดคล้องกันในแนวทางตรงกลาง
ทำการพัฒนาการตัดสินใจนี้ให้ดียิ่งขึ้น แล้วคุณจะได้การตัดสินใจที่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ความเสี่ยงน้อย และเป็นหนทางที่น้อยคนนั้นจะทำได้

โปรโมชั่น 3G Unlimit จริงหรือ Unlimit หลอกกันแน่

วันนี้มีความอึดอัดใจในเรื่องจนต้องมาบล็อกเก็บไว้เป็นหลักฐาน ว่าเจอความไม่โปร่งใสในทางการตลาดและการเล่นคำที่สร้างความเข้าใจผิดให้แก่ผู้บริโภคอย่างมาก

สืบเนื่องจากการที่ผมใช้บริการมือถือเครื่อง A ที่ถูกสิงค์โปรซื้อไป ผมได้สมัคร Package 3G unlimit ไว้เพราะรู้ตัวเองดีว่าจำเป็นต้องใช้งาน Data มหาศาลในการทำงานและใช้ในชีวิตประจำวันเที่ยวไป ซึ่งผมก็ยินดีที่จะจ่ายในราคาเกือบ 800 บาททุก ๆ เดือนไม่ว่าจะใช้เท่าไหร่ก็ตาม

ปรากฏว่าในเดือนนี้ผมได้รับ Message เช่นนี้ว่า

ซึ่งสร้างความน่าฉงนและสงสัยให้ผมมากว่าทำไม ผมจ่าย unlimit แล้วยังมี SMS แจ้งว่าผมใช้เต็ม limit อีกนี้มันหมายความว่ายังไง เพราะตามความเข้าใจของมนุษย์ในคำว่า unlimit มันย่อมเท่ากับว่า ไม่จำกัด แล้วไหงมันมาจำกัดได้ละ เมื่อไม่เข้าใจและสงสัยจึงได้โทรเข้าไปถามยัง Call Center จึงได้ไขกระจ่างความโง่ของตัวเองที่ไปเชื่อใน Marketing Word อันแสนหลอกลวงของผู้ให้บริการ เพราะไอ้คำว่า 3G Unlimit นั้นมัน Unlimit อยู่บนพื้นที่การรับส่งข้อมูลไม่เกิน 3GB เพราะถ้าเกินกว่านั้นมันจะปรับความเร็ว 3G มาเท่า Edge หรือ GPRS แทน ซึ่งทางผู้ให้บริการอ้างว่าเป็น 3G ที่ลดความเร็วลง (แต่แถวบ้านผมมันเรียกว่า Edge/GPRS ชัดๆ)

หลาย ๆ คนเช่นผมไม่รู้ เพราะการไปสมัครโปรโมชั่นนี้ พนักงานทางร้านไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่า 3G unlimit นั้นแท้จริงแล้วมันมี Limit และเงื่อนไขจะเขียนอยู่ด้วย font ขนาด 6px เล็ก ๆ จนคุณไม่สนใจมัน เพราะหาอ่านไม่เจอ

อ่านจนมาถึงเงื่อนไขก็ยังไม่เจออะไรที่ผิดปกติ

งั้นที่แสดงว่า 3G unlimit แต่จริง ๆ แล้วมันมี Limit อยู่ 3GB และไม่มีการแจ้งลูกค้าที่จะใช้โปรโมชั่นนี้ ซึ่งนี่เป็นการจงใจปกปิดลูกค้าไม่ทราบถึงเงื่อนไขนี่โดยจงใจหรือไม่ เพราะถ้าบอกออกไปแสดงว่าโปรโมชั่นดังกล่าวนั้นเป็น 3G unlimit ไม่จริง ซึ่งนี่เข้าข่ายการหลอกลวงรึเปล่า และเป็นเล่ห์เหลี่ยมทางการตลาดแบบเอาเปรียบผู้บริโภคที่ยินดีจะจ่ายเพื่อใช้แบบเต็มที่

ด้วยความสงสัยผมเลยสอบถามเพื่อน ๆ ใน Twitter ว่าเจ้าอื่นเป็นยังไงบ้างพบว่าไม่ต่างกัน มีการ Limit Speed ไว้เมื่อคุณโหลดข้อมูลก่อน ลองไปดูของเจ้าอื่นกันได้จากการที่ผมเข้าไปติดตามมา

อันนี้ของค่าย T มีการบอกเงื่อนไขว่าจริง ๆ แล้ว 3G unlimit มัน Limit เช่นกัน เช่น 799 Limit ที่ 3G และ 899 Limit ที่ 5GB เป็นตัวเล็ก พร้อมบอก Speed ที่วิ่งว่ามันจะวิ่งที่ 384 kbps


อันนี้ของค่าย D

ซึ่งเขียนค่อนข้างจะเคลียร์กว่าทุกเจ้าว่ามัน 3G Unlimit แต่จำกัดที่ Data ข้อมูลเพราะถ้าเกิน 3GB ความเร็วของ 3G คุณจะตกจาก Speed สูงสุดทันที ซึ่งตอนสมัครหรือใช้บริการไม่มีใครคิดหรอกครับว่าการใช้ 3G unlimit มันจะมีข้อจำกัดแบบนี้ และไม่มีใครถามเงื่อนไขกับพนักงานที่อยู่หน้าร้าน หรือแม้แต่พนักงานจะชี้แจงบอกว่า 3G unlimit แท้จริงแล้วมันมี Limit ข้อมูล ถ้าใช้เกินข้อมูลนี้ ความเร็วเนตคุณจะลงมาอยู่เท่ากัย Edge หรือ GPRS ทันที

ในยุคของการสื่อสารและเสพข้อมูลบนโลกออนไลน์อันมหาศาลนั้น ประกอบการที่ผมทำงานด้าน Digital Marketing ที่ต้องใช้อินเทอร์เนตผ่านมือถือตลอดเวลาทำให้การใช้ข้อมูลนั้นจำเป็นต้องมีลักษณะ Unlimit เพื่อที่จะทำงานได้สะดวกและไม่มีข้อจำกัดใด ๆ แต่เมื่อมาเจอการตลาดเช่นนี้ย่อมเข้าใจได้ว่าเป็นการทำการตลาดอำพรางผู้บริโภคให้เข้าใจโปรโมชั่น 3G Unlimit ว่าจะได้ 3G ที่ใช้งานเท่าไหร่ก็ได้ แต่ที่ไหนได้ เมื่อคุณใช้งานข้อมูลรับส่งเกินที่กำหนดไว้ คุณจะได้ใช้ความเร็วที่เร็วเท่ากับ Edge หรือ GPRS ซึ่งผู้ให้บริการอ้่างว่าเป็นความเร็ว 3G บน 2G และบางที Speed 3G ที่ถูกปรับลดความเร็วลงมายังช้ากว่า Edge หรือ GPRS เลย

ตอนนี้ผมได้ร้องเรียนไปยัง กสทช. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงว่าการออก Promotion 3G Unlimit ที่มีการไป Limit Speed 3G เมื่อ Data ครบตามที่กำหนดนั้นถือว่าเป็นการเข้าข่ายการหลอกลวงผู้บริโภคหรือไม่

ผมหวังว่าเรื่องนี้คงจะเป็นจุดเริ่มต้นให้หลาย ๆ คนลุกขึ้่นมาสู้กับโปรโมชั่นของค่ายมือถือที่ใช้คำทางการตลาดมาหลอกลวงแล้วแอบซ่อนเงื่อนไขบางอย่าง หรือบอกความจริงไม่ครบต่อไป ส่วนใครที่ใช้โปรโมชั่น Unlimit ของค่ายไหนอยู่ ก็ขอให้ไปตรวจสอบเลยว่าโปรโมชั่น Unlimit ที่คุณใช้นั้นมัน Unlimit จริงหรือ Unlimit หลอกลวงกันแน่

เตรียมตัวอย่างไรกับน้ำท่วม ประสบการณ์จริงจากปทุมธานี

ไล่เรียงเหตุการณ์

หลังจากผจญน้ำท่วมอย่างฉับพลันตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2554 ที่ผ่าน จนมาวันนี้ได้ออกมาจากบ้าน เพื่ออพยพมาสู่ที่แห้งจะได้ไปไหนมาไหน ทำงานทำการได้ ไล่เรียงเหตุการณ์คือ

  • วันที่ 19 ตุลาคม 2554 เกิดการไหลนองของน้ำจากพื้นที่ไร่สวนของข้าง ๆ บ้านเข้ามาสู่ถนน กระแสน้ำในท่อระบายน้ำวิ่งเร็วมาก และไหลไปทางตัวเมืองปทุมธานี จากนั้นอีกสักพัก กระแสน้ำได้ตีกลับและเริ่มท่วมอย่างรวดเร็วโดยน้ำนั้นผุดจากท่อระบายน้ำขึ้นมา การท่วมครั้งนี้ส่งผลให้คั้นแม่น้ำเจ้าพระยาอีกฝั่งแตกด้วย ทำให้น้ำนั้นสมทบกัน 2 สาย เพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว

  • วันที่ 20 ตุลาคม 2554 ตื่นเช้ามาพบว่าบ้านนั้นถูกน้ำท่วม ซึ่งการท่วมครั้งนี้มากกว่าปี 2538 เยอะมาก ระดับน้ำภายในบ้านอยู่ประมาณเอว พ่อเป็นกังวลเรื่องรถที่จอดมากเพราะจอดในพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วม และบ้านเรายังไม่มีเรือจึงจำเป็นต้องมีเรือใช้โดยด่วน ครั้งนี้เลยแนะนำพ่อว่าควรออกไปดูรถและไปซื้อเรือ โดยต้องยอมจ่ายเรือในราคาแพงไป รถที่จอดโชคดีมากที่ท่วมแค่ล้อรถ และมีน้ำเข้าไปในตัวรถเล็กน้อย ซึ่งดีกว่าจมไปทั้งคัน ตลอดทางที่เดินลุยน้ำออกมา มีรถเมล์ตาย รถบรรทุกจอดตายเยอะมาก ทำให้พ่อใจเสียไปเยอะ เมื่อมาถึงตัวรถก็ต้องบิวท์ให้พ่อนั้นเอารถออกไปจากจุดนี้ เพราะเสี่ยงที่จะจมน้ำ ยังไงก็จะต้องเอาออกไปไม่ว่าจะเข็นไปก็ตาม [สภาพวันนี้ถ้าใครเห็นจะเหมือนวันโลกแตกในหนังมาก ๆ ที่คนจำนวนมาก เดินมาหาที่แห้ง รถจอดตายเยอะมาก]
  • วันนี้เกิดเหตุทำให้ต้องย้ายของต่าง ๆ อย่างฉุกละหุกมากมาย อะไรที่ขนได้ขนไป อะไรที่ไม่จำเป็นซื้อใหม่ได้ ทิ้งไว้ อาหารเก็บขึ้นชั้น 2 ให้หมด

  • วันที่ 21 ตุลาคม 2554 วันนี้น้ำขึ้นมาอีกรอบ ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นเกือบ ๆ อก ทางบ้านจึงได้ทำการไปย้ายมิเตอร์ไฟฟ้าเอง เพื่อไม่ให้มิเตอร์ไฟฟ้าจมน้ำและเป็นอันตรายต่อชาวบ้านได้ วันนี้เกิดเหตุทำให้เกือบตายเพราะคำสั่งของแม่ที่ต้องการให้เอาของไปแช่ใส่ตู้เย็นที่มันยังเย็นอยู่แต่ปรากฏว่า ตู้เย็นดันลอยน้ำเพราะเบา ทำให้เกือบหล่นมาทับตาย ซึ่งหลังจากจัดการตู้เย็นได้แล้วตามแบบที่เว็บพันทิพย์บอก ก็จัดการเอาตู้เย็นเล็กและเครื่องซักผ้าออกจากน้ำขึ้นไปตั้งไว้ชั้น 2 รอแห้ง เมื่อจัดการอะไรเรียบร้อยก็ออกไปสำรวจบริเวณรอบ ๆ ซึ่งพบว่าร้านค้ายังเปิดอยู่ ทำให้เราสามารถยังคงซื้อของได้ และพบว่ามีคนพลิกวิกฤตเป็นโอกาสคือ เอาของมาพายเรือขายทำให้เหมือนตลาดน้ำไปในทันที

  • วันที่ 22 ตุลาคม 2554 วันนี้น้ำท่วมสูงขึ้นมากอีก ระดับใบหูได้ วันนี้เกิดเหตุตู้เย็นใหญ่ลอยน้ำขึ้นมาอีก ทำให้ต้องไปจัดการหาอะไรถ่วงให้หนักขึ้น แถมวันนี้ก็ออกไปซื้อของ (น้ำแข็งเพื่อมาแช่อาหาร) และตกดึกยกตู้เย็นขึ้นมา และลองใช้งานดูปรากฏว่าใช้ได้ด้วย (เย้)

 

  • วันที่ 23 ตุลาคม 2554 วันนี้ก็ได้อพยพออกมา โดยติดรถ GMC ทหารออกมา เพื่อมาอยู่ข้างนอก และส่งอาหาร ส่งของเข้าบ้านยามที่ต้องการได้

สรุปการเตรียมตัว

  1. อย่าตื่นตระหนก ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าไม่ปลอดภัยแน่ เช่น รอบ ๆ บ้านท่วมไปแล้ว ก็ให้เตรียมตัวยกของหนีได้เลย ซึ่งยกให้สูงที่สุดเอาเข้าไปชั้น 2 ได้ยิ่งดี อะไรไม่จำเป็นปล่อยทิ้งไปซะ
  2. รถยนต์ถ้าท่วมแค่ล้อ ให้ลองสตารท์รถถ้าได้ ให้ลุยน้ำ(ในกรณีไม่ลึกมาก) แล้วนำออกไปจอดในที่ปลอดภัย
  3. ตู้เย็นให้เคลียร์ของข้างในออกให้หมด แล้วยกหนีน้ำ ถ้าเอาไปชั้น 2 ได้ยิ่งดีจะได้มีใช้งาน ถ้ายกไม่ได้ให้ทำดังนี้ คือปิดฝาเอาเทปกาวหรือเชือกมัดฝาให้ปิดให้แน่น แล้วปล่อยลอยน้ำโดยเอาฝาคว่ำไว้ ให้ด้านหลังพ้นน้ำ ถ้ายกไม่ไหวก็ปล่อยจมน้ำ พอน้ำลดก็รอให้ตู้แห้งก็สามารถใช้งานได้ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงยกกับมัน
  4. อาหารทุกชนิดและอุปกรณ์ทำอาหาร ทานอาหาร เอาขึ้นชั้น 2 ให้หมด เตรียมตัวไว้หากคิดจะอยู่ยาว
  5. รองน้ำประปาเอาไว้ให้เยอะที่สุด เผื่อโดนตัดน้ำ และสำรองน้ำดื่มเอาไว้
  6. หาซื้อเรือไว้แต่เนิ่น ๆ ดูเรือที่มั่นคงถาวร จะทำให้บรรทุกของได้เยอะ ขนคนได้เยอะ
  7. ยารักษาโรค และยากันยุงควรเตรียมไว้ เพราะน้ำมันจะขังในบ้านเป็นแหล่งเพาะโรคและยุง
  8. ไฟฉายและถ่านไฟฉาย เทียนควรเตรียมให้พร้อม เผื่อเหตุการณ์ไม่มีไฟ
  9. เตาก๊าซหากยกได้ยกขึ้นไปเลยพร้อมถังก๊าซ จะได้ประกอบอาหารได้ ถ้ามีเตาถ่านควรยกขึ้นมาใช้พร้อมถ่านด้วยเช่นกันเผื่อก๊าซหมด
  10. ยกมิเตอร์ไฟฟ้าขึ้นให้เหนือจากน้ำมากที่สุด เพื่อป้องกันการจมน้ำแล้วรั่วไปช๊อตคนตาย นอกจากนี้การยกยังทำให้เรามีไฟฟ้าใช้ได้
  11. ควรออกไปสำรวจรอบ ๆ บ้าน สังเกตและถามคนที่ประสบภัยเช่นกัน เผื่อจะได้รู้ว่า มีการช่วยเหลือจากรัฐอย่างไร จะอพยพอย่างไร รอบ ๆ นั้นยังมีร้านขายของขายไหม จะไปรับความช่วยเหลือได้ที่ไหน
  12. อย่าทิ้งสัตว์เลี้ยง ให้เอาสัตว์เลี้ยงหนีน้ำเช่นกันและหมั่นไปดูแลบ่อย ๆ เพราะสัตว์มันจะตกใจมาก ๆ และต้องการคนปลอบใจ
  13. คอยฟังประกาศจากหมู่บ้าน เขตหรืออำเภอว่าเค้าประกาศอะไรบ้าง จะได้เตรียมตัวทัน
  14. ช่วยตัวเองก่อน อย่าไปรอคอยความช่วยเหลือรัฐ ไม่งั้นตาย ถ้าเราจะสู้น้ำแค่ไหนเราก็อยู่ได้ (คนโบราณเค้ายังอยู่ได้เลย)
  15. สมบัติเป็นทรัพย์นอกกาย ถ้ายังมีลมหายใจก็หาใหม่ได้ แต่ชีวิตและครอบครัวไม่สามารถหาได้แล้ว เพราะฉะนั้นช่วยครอบครัวและตัวเองก่อน