
ที่มา flowtown.com
Pinterest ชื่อนี้ตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักแล้ว เพราะหลายแบรนด์แฟชั่น เครื่องสำอางค์ เฟอร์นิเจอร์ ได้ลงเข้าไปทำการตลาดอย่างเต็มที่แล้ว มาวันนี้เรามีอีกตัวอย่าง Case Study หนึ่งในการใช่้ Pinterest ที่น่าสนใจมาแบ่งปันกัน โดย Case แรกเป็นของแบรนด์ Harrods และ Case ที่ 2 เป็นการใช้งานใน Agency ที่ชื่อว่า
ห้าง Harrods ท้าคุณจัดหน้าร้าน Harrods ผ่าน Pinterest เนื่องในโอกาศ Queen’s Diamond Jubilee Street Party
โดยห้าง Harrods ให้คนที่สนใจ Pin หน้าร้าน Harrods ที่เกี่ยวข้องหรือได้แรงบันดาลใจกับเรื่องนี้กับ Queen’s Diamond Jubilee Street Party โดย Pin ใส่ใน Board ชื่อ Harrods Street Party Window และเมื่อ Pin เสร็จแล้ว ก็แจ้ง Link board นั้นมายัง Twitter ของ Harrods ที่ @HarrodsofLondon รวมถึงต้องมี hashtag #HarrodsWindows ซึ่งใครที่ชนะจะได้จัดหน้าร้าน Harrods ตามแบบฉบับของตัวเองจริง ๆ โดยทาง Harrods จะออกค่าเดินทางและที่พักแบบสุดหรูให้ แต่น่าเสียดายงานนี้เฉพาะคนอังกฤษเท่านั้น
นี่คือตัวอย่างจากหน้า Pinterest ของ Harrods
กลยุทธ์นี้เป็นการใช้เครื่องมือทาง Social Network ให้เหมาะสมกับงานที่ตัวเองต้องการให้คนรู้จัก ซึ่งสามารถสร้างฐานแฟน ๆ ให้เพิ่มขึ้นและเกิด Awareness เพิ่มขึ้นได้อย่างไม่ยาก ลองดูว่าแบรนด์คุณเหมาะที่จะลงไปทำตลาดใน Social Network บางตัวไหม เพราะบางที่คุณอาจจะเกิดในระดับ Global ไม่รู้ตัว
ที่มา Facebook.com/Harrods
Case Study ที่ 2 เป็นการใช้ Pinterest เพื่อนำเสนอตัวเองอย่าง Agency Holler Sydney
โดย Holler Sydney นั้นเป็น Creative Agency จึงเกิดไอเดียในการใช้งาน Pinterest นั้นเป็นหน้าเว็บไซต์ของตัวเอง
และสร้าง board ที่เหมือนหน้าเมนูของเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น Board About
ซึ่งนี้กลายเป็นสไตล์เจ๋ง ๆ ในการพรีเซนต์ตัวเองของ Holler Sydney ที่สามารถสื่อสารด้วยภาพ ให้ลูกค้าเข้าใจได้ว่าบริษัทนี้ทำอะไร มีแนวคิดอย่างไร สภาพแวดล้อมอย่างไรและงานที่แล้วมามีแบบไหนด้วยไอเดียแบบครีเอทีฟ
ที่มา – Facebook.com/hollersydney
Tip-EX น้ำยาลบคำผิดที่ออกมาทำ Campaign สุดฮิตปีที่แล้วกับ Shoot a bear ใน Youtube และสร้างความฮือฮาถล่มทลายเพราะสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์มหาศาลให้คนนั้นร่วมสนุกในการใส่คำพูดต่าง ๆ ที่เป็นกิริยาลงในช่องว่างเพื่อดูว่าจะแสดงคลิปอะไร
มาคราวนี้ Tip-Ex Shoot a bear ครบรอบ 1 ปี ก็ได้ทำคลิปที่มี Gimmick แบบเดิมคือการให้เติมคำ แต่มาคราวนี้แทนที่จะให้เติมคำ ก็เป็นการให้เติมวันที่เอง และคลิปจะเล่นเวลาในนช่วงประวัติศาสตร์ของคลิปดังกล่าว ลองไปดูกันว่าเป็นอย่างไรจากคลิปด้านบนเลย
Advertising Agency: Buzzman, Paris, France
Creative Director: Georges Mohammed-Cherif
Agency Manager: Thomas Granger
Concept: Tristan Daltroff
Art Director: Louis Audard
Project Manager: Olivier Lopez, Marion Quesada
Tv Producer: Vanessa Barbel, Elodie Poupeau
Digital Production Manager: Laurent Marcus, Julie Bourges
Community Managers: Huber Munyazikwiye, Julien Scaglione
Film Production: Les Télécréateurs
Director : Adrien Armanet
Web Production: Les 84
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่ต้องทำให้ต้องเขียน Blog นี้เอาไว้เป็น Case Study นั้นคือการเข้าใจในเรื่อง Pros & Cons ของการทำ Digital Media Markting
Pros & Cons นั้นคืออะไร
Pros & Cons นั้นย่อมาจากภาษาละตินที่ในคำว่า Pro et Contra ซึ่งหมายถึงข้อดีและข้อเสีย หรือจุดได้และจุดเสีย
ในทางการตลาดนั้นหลาย ๆ ครั้งคุณต้องชั่งใจในจุดได้และจุดเสียในการทำกลยุทธ์ทางการตลาดว่ามันคุ้มกันหรือไม่ เมื่อชั่งสิ่งที่ได้กับสิ่งที่จะเสียไปนั้นคุ้มหรือไม่ ถ้าไม่คุ้มก็ไม่ควรจะลงกลยุทธ์นั้น ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นกระแสแบบ Hype หรือ Trend ก็ควรต้องพิจารณาดูก่อนว่าควรจะลงมือปฏิบัติเพื่อช่วงชิงกระแสนั้นไว้หรือตามกระแสนั้นไว้หรือไม่
เพราะบางกระแสที่เกิดขึ้นในออนไลน์นั้น เกิดขึ้นจากการละเมิดความเป็นส่วนตัว สิทธิส่วนบุคคลและกลายเป็นกระแสให้คนพูดติดปากไป หรือการส่งต่อเรื่องราวที่ไม่มีมูล หรือข้อมูลที่เป็นเท็จ โดยไม่มีการตรวจสอบหรือไตร่ตรองว่าถูกต้องหรือไม่ที่จะแชร์ไว้ก่อน เช่นพระบรมราโชวาทปลอมที่นำเอาคำพูดจากพ่อสอนลูกมาบอกว่าเป็นพระบรมราโชวาท การล่าแม่มด การแฉคนนั้นคนนี้โดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูล และล่าสุดที่เกิดขึ้นกับกระแสคำพูดที่ว่า “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่”
กระแสเรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่นั้นเกิดขึ้นเป็นกระแสอย่างรวดเร็ว แม้ว่า Source นั้นจะเกิดขึ้นนานมาแล้ว แต่กระแสนั้นเกิดขึ้นชั่วข้ามคืนจากการที่มีคนส่งจ่อภาพนายกรัฐมนตรีขณะถือมือถือในงานพระราชพิธี และมีคนใส่คำบรรยายรูปว่าเติมท้ายว่า “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” ทำให้กระแสนั้นโตอย่างเต็มที่และทำให้คำนี้กลายเป็นวลีที่ฮิตชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว
แม้ว่า Source ที่ทำคลิปออกมานั้นเป็นเด็กที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ และเรื่องนั้นก็จบไปนานแล้ว แต่กระแสนั้นก็ยังคงอยู่ในการเอาวลีนี้พร้อมชื่อมาพูดในเชิงฟ้อง ล้อเลียน หรือในเชิงตลก ซึ่งในวันที่กระแสโตเต็มที่เองก็มีแบรนด์บางแบรนด์ทำแคมเปญในทันที
การทำแคมเปญหรือการใช้วลีดังกล่าวเช่นนี้ต้องระวังในเรื่อง Pros & Cons เพราะจริง ๆ แล้วตัวชื่อผู้ที่ระบุในวลีนั้น ไม่ใช่บุคคลสาธารณะที่จะเอาชื่อมาเปิดเผย หรือล้อเลียนหรือทำการตลาดได้ เหมือนบุคคลสาธารณะที่สามารถพูดถึงชื่อ ล้อเลียนหรือบอกต่อกันต่อไปในเชิงสาธารณะ ซึ่งในความจริงแล้วในต่างประเทศเอง เคสแบบนี้บุคคลที่ถูกเอ่ยชื่อนั้นสามารถฟ้องร้องทุก ๆ คนที่เอ่ยถึงวลีดังกล่าวได้ในข้อหาละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้เช่นกัน และมันคงจะไม่เป็นการดีต่อผู้ใหญ่ที่เอาวลีนี้มาเล่นเอง เพราะวุฒิภาวะของผู้ใหญ่นั้นสูงมากกว่าเด็กในคลิปมา ย่อมต้องรู้ผิด รู้ถูกว่าอะไรควรไม่ควร เพราะบางคนนั้นก็ไม่อยากให้ชื่อตัวเองเป็นกระแสแบบนี้ ลองนึกสภาพว่าถ้าเปลี่ยนเป็นชื่อคุณ หรือชื่อที่คนที่คุณรัก แล้วทุกคนพูดถึงวลีนี้ที่เอ่ยชื่อคุณหรือคนของคุณจะรู้สึกเช่นไร มันคงขำไม่ออกใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นลองพิจารณาดู Pros & Cons ในความเหมาะสมในการเล่นตามกระแสเช่นนี้
ในวันต่อมาในวันที่เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 8.9 ริคเตอร์ บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ทำให้ประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีการเตือนถึงคลื่นซึนามิและการเตือนเรื่องแผ่นดินไหว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในอดีตในที่นี้เราจะไม่พูดถึงประเด็นว่าสื่อหลักนั้นพลาดอะไรบ้าง แต่เมื่อมาดูโลกออนไลน์นั้นการใช้สติในการทำแบรนด์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ การคิดถึงเรื่อง Pros & Cons ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ย่อมมีสูง โดยทั่วไปทุกแบรนด์ย่อมส่งข้อความในเชิงกระจายข่าวเพื่อช่วยเหลือบรรดาคนที่ติดตามแบรนด์ แต่มีแบรนด์นึงที่สร้างแบรนด์ไม่รู้จักเวลาว่่ามันเป็นเวลาสมควรหรือไม่สมควรที่จะมาขายของในช่วงเวลาที่ทุกคนนั้นตื่นตระหนกตกใจ
การที่จะส่งข้อความแบบนี้ต้องคิดให้ดีว่าจะคุ้มได้คุ้มเสีย ซึ่งในสถานะการณ์วิกฤตที่ทุกคนนั้นเดือดร้อนและไม่มีกระจิตกระใจจะมาเล่นนั้น เรื่องแบบนี้กลายเป็นเรื่องเสียเลยทันที เพราะการไม่คิดถึง Pros & Cons ให้รอบคอบ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าเปลี่ยนเป็นสถานะการณ์ละครที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองตอนจบแล้วชวนคนหนีกลับบ้านแนะนำให้ซื้อผลิตภัณฑ์ทานหน้าทีวี ก็คงจะเวิร์คกว่านี้แน่นอน และไม่มีใครถูกด่าอีกด้วย ผลของ Pros & Cons ครั้งนี้ของแบรนด์นี้ ทำให้ต่างชาติรับรู้กันไปเลย
สุดท้ายเหตุเกิดจากวันที่แผ่นดินไหวเช่นกัน จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่นั้นมีความหวังดีที่อยากจะส่งต่อเรื่องราวแผ่นดินไหวและเรื่องการเตือนซึนามิ แต่หลายความหวังดีนั้นกลับการเป็นการประสงค์ร้ายด้วยการแชร์ภาพข่าวหรือคลิปที่เป็นเรื่องในอดีต ซึ่งสิ่งนี้กลับสร้างความตื่นตระหนกแทนที่จะเป็นการเตือนกัน ซึ่งในตาม พรบ. คอมพิวเตอร์นั้น สามารถเอาผิดทางกฏหมายได้อีกด้วย นอกจากเรื่องนี้แล้วยังสามารถเอามาประยุกต์กับเรื่องสำคัญได้เช่นการแชร์รูปพระบรมฉายาลักษณ์ หรือพระบรมราโชวาท ซึ่งบางครั้งเป็นการแชร์รูปพระบรมฉายาลักษณ์เก่าและบอกว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน หรือการสร้างพระบรมราโชวาทปลอมแล้วบอกว่าเป็นพระบรมราโชวาท เช่นเรื่อง 36 แผนที่ชีวิตของพ่อ จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นเรื่องราวของในหลวงหรือเป็นพระบรมราโชวาท แต่เป็นเรื่องราวที่แปลมาจากหนังสือ พ่อสอนลูก ซึ่งเรื่องนี้มีการแชร์อย่างกว้างขวางจนทางสำนักพระราชวังต้องออกจดหมายเพื่อประกาศว่า 36 แผนที่ชีวิตของพ่อนั้นไม่เกี่ยวกับในหลวงหรือพระบรมราโชวาทใด ๆ
ซึ่งการหวังดีโดยไม่คำนึงถึงเรื่อง Pros & Cons เช่นนี้อาจนำมาซึ่งเรื่องราวบานปลายหลาย ๆ อย่างที่ทำให้คนที่เรารักและเทิดทูลนั้นกลับต้องมาเสียพระเกียรติ เพราะคนหวังดีทำพระบรมราโชวาทปลอมแล้วแชร์กันในโลกออนไลน์ แล้วคนต่างชาติมาจับได้ว่าสิ่งที่แชร์นั้นเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของคนต่างชาติ เรื่องราวแค่นี้คงนึกภาพต่อเอาเองได้ว่าจะเป็นเช่นไร ซึ่งเรื่องนี้แบรนด์และนักการตลาดหลายคนควรระวังในการตรวจสอบข้อมูล และข้อดีและข้อเสียว่าควรจะแชร์ต่อไปดีหรือไม่
เรื่อง Pros & Cons นั้นเป็นเรื่องสำคัญมาในการวางกลยุทธ์ทางการตลาด เพราะจะทำให้คุณนั้นดำเนินกลยุทธ์ได้อย่างถูกต้อง เสียเวลาสักนิดในการไตร่ตรองถึงเหตุผล ข้อดีและข้อเสีย ก่อนเอาความสนุก ความมันส์และผลประโยชน์ของแบรนด์หรือตัวเองเป็นที่ตั้ง จะทำให้คุณนั้นสามารถสร้างแบรนด์ที่กลายเป็นแบรนด์ที่คนเชื่อถือ และคนติดตามนั้นรักได้จากปฏิสัมพันธ์ที่ก่อนจะลงมือทำได้คำนวนถึง Pros & Cons ไว้แล้ว
ที่มา – jackmortonWW
Torrent Your Blood from SmartNewSolutions on Vimeo.
หน่วยงานรับบริจาคเลือดของรัสเซียนั้นอยากเชื่อมกับผู้คนให้มาบริจาคเลือดด้วยการใช้ออนไลน์นั้นทำการประชาสัมพันธ์และการตลาด จึงเป็นโจทย์สำคัญให้ทาง agency อย่าง SmartNewSolutions ไปหาวิธีการมา ด้วยไอเดียครีเอทีฟทาง Agency จึงได้ไอเดียว่าการบริจาคเลือดและรับเลือดนั้นก็เหมือนการโหลดไฟล์ Torrent (โหลด bit) และใช้เทคโนโลยี Torrent นี้ในการโปรโมทแคมเปญ
ทีมงานสร้างภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับการบริจาคเลือด 1 เรื่อง ซึ่งมีความแตกต่างจากที่เคยมีมา และสร้างกระแสโดยการไปโพสลงในเว็บรีวิวหนังสั้น และใครที่จะดูหนังตัวนี้ต้องดาว์นโหลดผ่าน Torrent เท่านั้น แล้วในขณะที่ดูคลิปคนดูจะได้รับทราบจากข้อความที่ขึ้นในวิดีโอว่า เค้าคือผู้บริจาควิดีโอนี้ไว้ให้คนอื่น และสามารถใช้ทฤษฏีนี้ให้เข้ากับการบริจาคเลือดได้ด้วย และด้วยการใช้หนังสั้น microsite แบนเนอร์ ตัวอย่างภาพยนตร์และการใช้่สื่อสังคมออนไลน์โปรโมททำให้แคมเปญนี้ ทำให้วิดีโอนั้นถูกโปรโมทโดยเว็บไซต์ BlockBuster ของฮอลีวู๊ด
ผลที่ได้ ภายใน 1 ชั่วโมงแรก มีกว่า 100 ลิงก์ที่กระจายเพื่อโปรโมทภาพยนตร์สั้นนี้ผ่าน Social Media และมีกว่า 1000 คนดาว์นโหลดหนังสั้นนี้ใน 3 วัน และข้อสำคัญทำให้คนดูนั้นเกิดการอยากบริจาคเลือดแบบทันที